ถ้าเกิดปัญหาเรื่องฟันกราม หรือโครงสร้างใบหน้าที่ทำให้การเคี้ยวอาหาร หรือแม้แต่การหายใจเป็นเรื่องยาก จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ยังไงบ้าง คำตอบก็คือ ศัลยกรรมช่องปาก ใบหน้า และการผ่าตัดขากรรไกร อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด ศัลยกรรมชนิดนี้ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับใบหน้าและขากรรไกร ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อการใช้ชีวิต
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกันแบบเจาะลึกว่า Maxillofacial Surgery คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง และที่สำคัญที่สุดคือไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ทั้งการเคี้ยวอาหาร การหายใจ และการพูดคุยได้อย่างมั่นใจเหมือนเดิม
Maxillofacial Surgery คืออะไร

Maxillofacial Surgery คือการผ่าตัดเฉพาะทางที่ดูแลตั้งแต่ขากรรไกรไปจนถึงใบหน้าเลย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ, อาการผิดปกติ, หรือโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณปาก, ใบหน้า, และขากรรไกร ศัลยแพทย์ก็จะเข้ามาช่วยแก้ไขให้กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอีกครั้ง
Maxillofacial Surgery สำคัญอย่างไร
Maxillofacial Surgery มีความสำคัญมาก ๆ เพราะไม่ได้แค่ช่วยรักษา แต่ยังช่วยฟื้นฟูการใช้ชีวิตของคนไข้ให้กลับมาดีเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น, การบดเคี้ยว, หรือแม้แต่ช่วยให้ใบหน้ากลับมาสวยงามเหมือนเดิม นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ไขความผิดปกติของขากรรไกรและใบหน้าได้ด้วย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาวได้
ใครบ้างที่ต้องรักษาแบบ Maxillofacial Surgery

Maxillofacial Surgery หรือการผ่าตัดศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า เหมาะกับใครบ้าง
- คนที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุรถยนต์ ตกจากที่สูง หรือการถูกทำร้าย จนทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ขากรรไกรหรือใบหน้า
- คนที่มีปัญหาเรื่องขากรรไกร เช่น สบฟันไม่ตรง รูปหน้าผิดปกติ
- คนที่มีอาการปวด ที่เกิดจากขากรรไกร หรือโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ
- คนที่ต้องรักษาทางทันตกรรมขั้นสูง เช่น การผ่าตัดเพื่อฝังรากฟันเทียม หรือการแก้ไขปัญหาช่องปากที่ซับซ้อน
Maxillofacial Surgery ไม่เหมาะกับใคร

Maxillofacial Surgery อาจไม่เหมาะกับบางคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาวะสุขภาพไม่พร้อม
- คนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดหรือดมยาสลบได้อย่างปลอดภัย
- คนที่ไม่สามารถดูแลตัวเองหลังผ่าตัดได้ เนื่องจากหลังการผ่าตัด ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อผลการรักษาที่ดีและฟื้นตัวได้ไว
ศัลยกรรมช่องปาก Maxillofacial Surgery มีอะไรบ้าง
Maxillofacial Surgery คือศัลยกรรมช่องปากและใบหน้าที่มีหลายอย่างเลย ตั้งแต่การผ่าตัดเล็ก ๆ ไปจนถึงการผ่าตัดใหญ่ที่ซับซ้อน เช่น
- ถอนฟันและผ่าฟันคุด การถอนฟันที่ซับซ้อนหรือผ่าฟันคุดที่ฝังอยู่ในเหงือก
- การผ่าตัดเล็ก ๆ ในช่องปาก อย่างการตัดปุ่มกระดูกส่วนเกิน หรือการผ่าตัดเล็กๆ อื่นๆ
- การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เป็นการผ่าตัดเพื่อใส่รากฟันปลอมเข้าไปในกระดูกขากรรไกร
- การแก้ไขความผิดปกติของขากรรไกร อย่างการผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Orthognathic surgery) เพื่อแก้ปัญหาการสบฟันไม่ตรง
- การผ่าตัดแก้ไขรูปหน้า สำหรับเคสที่รูปหน้าผิดปกติ
- การผ่าตัดเนื้องอก ทั้งเนื้องอกหรือรอยโรคอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่องปากและใบหน้า
ประโยชน์ของ Maxillofacial Surgery

Maxillofacial Surgery ประโยชน์ของการทำศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า นั้นมีมากกว่าแค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตด้วย
- กลับมาใช้งานได้ปกติ ช่วยให้ขากรรไกรและระบบการบดเคี้ยวกลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิม
- ปรับรูปหน้าให้ดูดีขึ้น แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูสมดุลและสวยงาม
- หายปวดและสุขภาพช่องปากดีขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดจากปัญหาขากรรไกร รวมถึงทำให้สุขภาพช่องปากโดยรวมดีขึ้นด้วย
- เพิ่มความมั่นใจ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ถูกแก้ไข คนไข้ก็จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมั่นใจมากขึ้น
ระยะเวลาในการรักษานานเท่าไร
- ระยะเวลาผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเคส แต่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาค่อนข้างนาน อาจถึงหลายชั่วโมงเลย
- พักฟื้นที่โรงพยาบาล หลังผ่าตัด อาจต้องนอนพักที่โรงพยาบาลสักคืนหรือนานกว่านั้น เพื่อให้ศัลยแพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด
- ช่วงพักฟื้น ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก อาจจะต้องเน้นกินอาหารเหลว และปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด
- เห็นผลเต็มที่ ผลลัพธ์ที่สวยงามและเข้าที่จริง ๆ จะเริ่มเห็นชัดเจนประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปีหลังผ่าตัดเลย ต้องใจเย็น ๆ และดูแลตัวเองดี ๆ
การเตรียมตัวก่อนทำ Maxillofacial Surgery
ถ้าจะต้องเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด Maxillofacial Surgery ควรทำตามนี้เลย เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
- งดอาหารและน้ำ ต้องงดอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เนื่องจากจะต้องดมยาสลบ
- งดยาและวิตามินบางชนิด ควรหยุดยาแอสไพริน, ไอบูโพรเฟน, และวิตามินต่างๆ ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- แจ้งข้อมูลสุขภาพ บอกศัลยแพทย์ให้ครบถ้วน ทั้งโรคประจำตัว, ยาที่กินอยู่, และประวัติการแพ้
- งดเหล้า-บุหรี่ ควรงดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และควรงดต่อไปอีก 1 เดือนหลังผ่าตัด
- ดูแลความสะอาด แปรงฟันและบ้วนปากให้สะอาดก่อนเข้าผ่าตัด ส่วนการอาบน้ำให้ทำก่อนวันผ่าตัด แต่ไม่ควรสระผมในวันผ่าตัด
- ตัดเล็บและงดเครื่องประดับ ตัดเล็บให้สั้น, งดทาสีเล็บ, และถอดเครื่องประดับทุกชนิดออกให้หมดก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ขั้นตอนการทำ Maxillofacial Surgery
ขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า Maxillofacial Surgery แบบเข้าใจง่าย ๆ
- ปรึกษาและประเมิน เริ่มต้นจากการเข้าไปปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะมีการเอกซเรย์และตรวจร่างกายเพื่อประเมินอย่างละเอียด
- วางแผนการผ่าตัด เมื่อประเมินเสร็จ ศัลยแพทย์จะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน
- เตรียมตัวก่อนผ่าตัด ต้องงดน้ำและอาหารตามที่แจ้งไว้ จากนั้นจึงเข้าห้องผ่าตัด โดยมีทีมวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอดการผ่าตัด
- ช่วงเวลาผ่าตัด โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส
- พักฟื้นหลังผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จ ศัลยแพทย์จะให้พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดก่อนจะกลับบ้านได้
การดูแลตัวเองหลังทำ Maxillofacial Surgery
เพื่อให้การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า (Maxillofacial Surgery) เป็นไปอย่างราบรื่น ลองทำตามคำแนะนำง่าย ๆ ดังนี้
- ประคบเย็นและอุ่น ในช่วง 7 วันแรก ให้ประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวม หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนมาประคบอุ่นได้
- ทานยาตามคำแนะนำ ต้องทานยาที่ศัลยแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและตรงเวลา
- นอนยกศีรษะสูง ควรนอนหนุนหมอนให้ศีรษะอยู่สูงประมาณ 30 องศา เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยลดอาการบวม
- งดกิจกรรมหนัก พยายามไม่ทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะ, งดสูบบุหรี่, และงดออกกำลังกายหนัก ๆ
- ดูแลความสะอาดในช่องปาก ใช้แปรงสีฟันขนาดเล็กและอ่อนนุ่มทำความสะอาดช่องปากอย่างเบามือ
- เลือกอาหารที่ทานง่าย ในช่วงแรกให้เน้นอาหารที่เป็นของเหลวหรืออาหารที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เช่น โจ๊ก, ซุป, หรือสมูทตี้
ข้อดีการทำ Maxillofacial Surgery
[รูป Info]
การทำศัลยกรรมช่องปากและใบหน้าไม่ได้แค่ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย แต่ยังส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
- ปรับโครงสร้างใบหน้า ช่วยแก้ไขความผิดปกติของขากรรไกรและรูปหน้าให้ดูสมดุลและสวยงามมากขึ้น
- ฟื้นฟูการใช้งาน ทำให้ขากรรไกรกลับมาทำงานได้เป็นปกติ ทั้งการบดเคี้ยวอาหารและการพูด
- บรรเทาความเจ็บปวด ช่วยลดอาการเจ็บปวดที่เกิดจากปัญหาขากรรไกร รวมถึงช่วยให้สุขภาพช่องปากโดยรวมดีขึ้นด้วย
- เพิ่มความมั่นใจ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข คนไข้ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมีความมั่นใจมากขึ้น
ข้อเสียการทำ Maxillofacial Surgery
นอกจากข้อดีแล้ว การทำศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า Maxillofacial Surgery ก็มีข้อควรพิจารณาด้วยเช่นกัน ดังนี้
- ความเสี่ยงจากการผ่าตัด เหมือนกับการผ่าตัดทั่วไป คือมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือมีเลือดออก
- ต้องใช้เวลาพักฟื้น คนไข้จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน และต้องดูแลตัวเองตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด
- อาการข้างเคียงในช่วงแรก หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม, ช้ำ, หรือเจ็บปวด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ก็อาจสร้างความไม่สบายใจได้
- ค่าใช้จ่าย การผ่าตัดประเภทนี้มักมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิดได้
ราคาและค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัดแบบ Maxillofacial Surgery
ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของการผ่าตัด สามารถส่งรูปภาพเพื่อขอคำปรึกษาและประเมินราคาได้ที่ LINE: https://page.line.me/fxl6554w
อาการชาหลังผ่าตัด ปกติหรือไม่
การทำ Maxillofacial Surgery เป็นเรื่องปกติ เพราะระหว่างการผ่าตัด อาจจะมีการกระทบกระเทือนเส้นประสาทบริเวณเหงือก, ริมฝีปาก, คาง หรือลิ้น ทำให้มีอาการชาเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาการนี้ส่วนใหญ่จะ เป็นแค่ชั่วคราว และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในเวลาประมาณ 1 ปี ซึ่งศัลยแพทย์จะคอยติดตามอาการและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้อาการชาดีขึ้นได้ไวขึ้น
ผ่าตัดแบบ Maxillofacial Surgery ที่ไหนดี
การตัดสินใจทำศัลยกรรมเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น ควรพิจารณาหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุด
- ความเชี่ยวชาญของหมอ ต้องเป็นศัลยแพทย์เฉพาะทาง ที่มีประสบการณ์และมีใบประกอบวิชาชีพ ลองดูรีวิวจากคนไข้เก่า เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- ความพร้อมของโรงพยาบาล/คลินิก ควรเลือกที่ที่มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัย ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และมีทีมวิสัญญีแพทย์คอยดูแลระหว่างผ่าตัด
- การดูแลครบวงจร ต้องมีการให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด มีการติดตามผลและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจตลอดการรักษา
- ความน่าเชื่อถือและสะดวก สถานพยาบาลควรน่าเชื่อถือ ข้อมูลโปร่งใส การเดินทางไป-มา และการนัดหมายต้องสะดวก
- ราคาที่ชัดเจน ควรมีราคาที่สมเหตุสมผลและแจ้งอย่างชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่
ทำ Maxillofacial Surgery ที่ EU Oral & Maxillofacial Surgery ดีอย่างไร
[รูป Info]
EU Oral & Maxillofacial Surgery โดดเด่นในเรื่องการผ่าตัดศัลยกรรมโครงหน้า โดยเฉพาะ Maxillofacial Surgery ด้วยเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อลดความเจ็บปวดและช่วยให้ฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- เทคนิคพิเศษที่ช่วยลดอาการบวมและเร่งการฟื้นตัว
- สกัดสเต็มเซลล์: ศัลยแพทย์จะสกัดสเต็มเซลล์จากตัวคนไข้เองและฉีดเข้าไปบริเวณเหงือก เพื่อช่วยลดอาการบวมหลังผ่าตัด
- อบออกซิเจน: การอบออกซิเจนจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของเซลล์ผิว
- ฉายแสงบำบัด: การฉายแสงสีแดงและสีเหลืองจะช่วยลดการอักเสบและช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- ทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ทีมแพทย์มากประสบการณ์: ก่อตั้งโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงหน้าจากรายการดังอย่าง “Let Me In” ที่มีประสบการณ์ผ่าตัดเฉพาะทางกว่า 3,000 เคส และจบจากมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำของเกาหลี จึงมั่นใจในความเชี่ยวชาญของทีมศัลยแพทย์ได้
- จำกัดจำนวนเคส: คลินิกรับผ่าตัดเพียงวันละ 2 เคส เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถดูแลคนไข้แต่ละรายได้อย่างละเอียดและเต็มที่ในทุกขั้นตอน
- ความปลอดภัยสูงสุด
- ดูแลแบบ 1 ต่อ 1: มีทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลคนไข้แบบตัวต่อตัวตลอดการผ่าตัด
- ระบบตรวจสอบความปลอดภัย: คนไข้สามารถตรวจสอบการผ่าตัดผ่านกล้อง CCTV ได้ตลอดเวลา เพื่อความสบายใจสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Maxillofacial Surgery
ความยากของการรักษา Maxillofacial Surgery
การผ่าตัดศัลยกรรมช่องปาก ใบหน้า และขากรรไกร (Maxillofacial Surgery) เป็นการรักษาที่ซับซ้อนและต้องใช้ความแม่นยำสูง เพื่อจัดการกับโครงสร้างสำคัญบนใบหน้าอย่างขากรรไกรและเส้นประสาท ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง ศัลยแพทย์ต้องวางแผนการรักษาอย่างละเอียดทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด และให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพจิตใจควบคู่ไปกับความชำนาญทางเทคนิค
สรุป
Maxillofacial Surgery หรือศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องความงามอย่างเดียว แต่เป็นการผ่าตัดเฉพาะทางที่ช่วยแก้ปัญหาสำคัญตั้งแต่การฟื้นฟูใบหน้าจากอุบัติเหตุ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างเพื่อช่วยให้ใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพช่องปากเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ดังนั้น การตัดสินใจเลือกทำกับศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ
ถ้ากำลังมองหาคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ อยากแนะนำให้ลองพิจารณา EU Oral & Maxillofacial Surgery ที่นี่มีเทคนิคพิเศษที่ช่วยลดอาการบวมและทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ทีมศัลยแพทย์ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลมาแล้วกว่า 3,000 เคส ที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยที่เขามีระบบดูแลแบบ 1 ต่อ 1 พร้อมกล้องวงจรปิดให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่ผ่าตัด
เอกสารอ้างอิง
1. Maxillofacial Surgery. (n.d.). แหล่งข้อมูล : https://my.clevelandclinic.org/
2. Oral and Maxillofacial Surgery. (n.d.). แหล่งข้อมูล : https://www.umms.org/ummc/health-services/oral-maxillofacial-surgery
3. Oral Surgery. (n.d.). แหล่งข้อมูล : https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/oral-surgery

