
เหตุผลในการผ่าตัด
ฉันมีความต้องการที่จะเข้ารับการผ่าตัดมานานแล้ว เนื่องจากมีปัญหาใบหน้าไม่สมมาตรและฟันไม่สบกัน (malocclusion) ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด ฉันต้องทำงานที่บ้านและประชุมออนไลน์บ่อยมาก ทำให้เริ่มสังเกตเห็นความไม่สมมาตรของใบหน้าตัวเองชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และฉันไม่อยากให้ปมด้อยนี้มาส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการทำงานของฉันอีกต่อไป
เหตุผลที่เลือก EU (EU Oral & Maxillofacial Surgery)
ฉันหาข้อมูลคลินิกหลายแห่งทั้งในอังกฤษ ตุรกี และเกาหลี คลินิกในอังกฤษมักจะเน้นไปที่เรื่องของการใช้งาน (Function) เป็นหลัก แต่ฉันชอบที่ EU มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการใช้งานและความสวยงามของรูปหน้าและขากรรไกร แถมพวกเขายังมีเคสคนไข้เก่าที่มีปัญหาขากรรไกรแบบเดียวกับฉันมากมาย ส่วนคลินิกศัลยกรรมพลาสติกทั่วไปแห่งอื่น ๆ ในเกาหลีที่ฉันติดต่อไป มักจะพยายามแนะนำคอร์สผ่าตัดอื่น ๆ ที่ฉันไม่ได้ร้องขอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉันประทับใจที่ศัลยแพทย์ของ EU ไม่ได้ใช้วิธีการปรับรูปหน้าแบบพิมพ์นิยม (Cookie cutter) แต่เน้นทำงานร่วมกับคนไข้แต่ละรายเพื่อหาสิ่งที่เหมาะสมกับคน ๆ นั้นมากที่สุด
บันทึกการฟื้นตัวรายวัน

วันที่ 1 : หลังผ่าตัด คุณต้องพยายามตื่นอยู่ตลอด และ ห้ามดื่มน้ำเป็นเวลาสี่ชั่วโมง : นี่เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เพราะสิ่งที่ฉันอยากทำคือการนอนหลับ หลังจากผ่านไปสี่ชั่วโมง ฉันเริ่มรู้สึกเวียนหัว และ มีอาการคลื่นไส้จากยาสลบ ความมึนงงประกอบกับการหายใจที่ลำบากทำให้ฉันนอนไม่ค่อยหลับ แต่พยาบาลที่เข้าเวรในคืนนั้นช่วยได้มากจริง ๆ

วันที่ 2 : วันนี้ฉันได้รับการถอดสายยางที่จมูก และ ทำความสะอาดช่องปากโดยคุณหมอชิน ตัวเวย์เฟอร์ ( อุปกรณ์ประคองฟัน ) รู้สึกค่อนข้างแน่น และ ทำให้หายใจลำบาก แต่ฉันเห็นได้ว่ามันกำลังจัดระเบียบ และ ทำให้ฟันของฉันเรียงตรงในแบบที่ฉันต้องการ

วันที่ 3 : เมื่อคืนฉันพักผ่อนได้ดีขึ้นมาก และ นอนหลับไปเยอะเลย ฉันออกจากห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล EU วันนี้ และ ได้พบกับศัลยแพทย์คุณหมอคิม ผู้ซึ่งช่วยทำความสะอาดช่องปาก และ บอกฉันว่าฉันไม่ได้บวมมากนัก แม้ว่าฉันจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนตัวคาพิบาร่าก็ตาม คริสตี้ที่เป็นล่าม ช่วยฉันรับยา และ อาหารเหลวจากร้านขายยา ฉันชอบเครื่องดื่มนะ แต่ยาเม็ดบดนั้นกินยากมาก ๆ และ รสชาติแย่สุด ๆ

วันที่ 4 : ฉันอ่านบันทึกของคนไข้หลายคนซึ่งบอกว่าอาการบวมในวันที่ 4 หรือ 5 จะหนักที่สุด ฉันคิดว่าตัวเองบวมไปหมดแล้วในวันที่ 3 แต่หน้าของฉันกลับใหญ่ขึ้นมากในวันนี้จนความบวมเริ่มทำให้รู้สึกเจ็บ มันรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากได้รับเลเซอร์รักษาที่ EU ฉันเดินนิดหน่อยแต่จะพยายามเดินให้มากขึ้นในวันพรุ่งนี้เพื่อช่วยให้อาการบวมลดลง ตอนนี้ฉันยังรู้สึกอยากกินของเค็ม ๆ มาก ๆ ด้วย

วันที่ 5 : อาการบวมยังคงใหญ่โต และ ฉันเริ่มมีรอยช้ำที่คอ และ ทางด้านซ้ายข้างริมฝีปาก ฉันเริ่มเก่งขึ้นในการใช้หลอดขนาดใหญ่ดื่มสมูทตี้ และ มิลค์เชค – แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าฉันเม้มริมฝีปากได้สนิทจริง ๆ เพราะฉันยังไม่รู้สึกที่ริมฝีปากบนเกือบทั้งหมดเลย
วันที่ 6 : ฉันลอกเทปที่ปิดคางออกซึ่งเจ็บค่อนข้างมาก ตอนนี้ฉันสามารถอ้าปากได้กว้างกว่าหนึ่งความกว้างนิ้วแล้ว ซึ่งดีมากเพราะมันหมายความว่าฉันสามารถออกไปกินซุปที่ร้านอาหารได้ : วันนี้ฉันไปกินซุปไก่ตุ๋นโสมแถว ๆ คลินิก EU ซึ่งอร่อยมาก ๆ

วันที่ 7 : ฉันนอนหลับได้ดีขึ้นมาก และ เริ่มชินกับการนอนโดยใช้หมอนหลายใบหนุนสูงไว้ ฉันยังซื้อเครื่องทำความชื้นมาด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วฉันควรทำตั้งนานแล้วเพราะมันช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นมากในช่วงกลางคืน ฉันออกไปเดินทุกวันแต่ก็เหนื่อยง่ายมาก เพราะมันยากที่จะกินให้เพียงพอเพื่อให้มีพลังงาน

วันที่ 8 : ไม่อยากเชื่อเลยว่าผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ แล้วตั้งแต่ผ่าตัด เมื่อเช้านี้ฉันไปตรวจติดตามผลกับคุณหมอชิน ซึ่งท่านได้ถอดหนังยางออก และ บอกว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดี มันง่ายขึ้นมากที่จะอ้าปากโดยไม่มีหนังยาง แม้ว่าฉันจะยังอ้าได้เพียงประมาณหนึ่งนิ้วก็ตาม ฉันกำลังฝึกกัดฟัน และ เห็นได้ว่าเส้นกึ่งกลางของฟันบน และ ฟันล่างสบกันอย่างถูกต้อง และ อยู่ตรงกลางใบหน้าของฉันพอดี ! ตอนนี้ฉันพูดได้เกือบปกติแล้ว แม้ว่ากล้ามเนื้อใบหน้าจะเหนื่อยจากการทำแบบนี้ค่อนข้างเร็ว ข่าวดีที่สุดคือฉันพบว่าฉันกินชีสเค้กได้ เพราะมันนุ่มพอ และ ให้พลังงานสูง

วันที่ 9 : ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก และ มีพลัง : วันนี้ฉันใช้เวลาไปกับการสำรวจหมู่บ้านบุคชอนในโซล และ ยืนเกือบทั้งวัน ฉันยังพยายามแมตช์รอยช้ำสีเหลืองที่คอ และ หน้าให้เข้ากับเสื้อจัมเปอร์ของฉันด้วย ถึงแม้ว่ารอยช้ำกำลังจางลงเรื่อย ๆ ก็ตาม

วันที่ 12 : รอยช้ำบนใบหน้าจางลงมาก และ เกือบจะหายไปหมดแล้ว ฉันเริ่มมีความรู้สึกกลับมาบ้างที่ริมฝีปากบน การเดินทุกวันดูเหมือนจะช่วยลดอาการบวมได้จริง ๆ ฉันกินยาครบตามกำหนด ( ยาปฏิชีวนะ , ยาแก้ปวด , ยาแก้คลื่นไส้ ) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และ ตอนนี้รู้สึกสบายดี

วันที่ 13 : ฉันจัดการฉลองคริสต์มาสด้วยซุปหลายประเภทในวันนี้ ! ฉันเริ่มชินกับการทำความสะอาดฟันด้วยน้ำยาบ้วนปาก และ แปรงสีฟันสำหรับเด็ก – แต่ฉันตั้งตารอคอยที่จะได้แปรงฟันแบบจริง ๆ จัง ๆ อีกครั้งมาก ๆ

วันที่ 15 : วันนี้ฉันไปตัดไหมกับคุณหมอชิน ! ฉันจำได้ว่าเคยดูวิดีโอของคนไข้คนอื่นที่บอกว่าเธอรู้สึกเจ็บมากตอนตัดไหม แต่ฉันรู้สึกเพียงเข็มเดียวเท่านั้น ที่เหลือไม่เจ็บเลยสักนิด ฉันถูกใส่หนังยางกลับเข้าไปใหม่เพื่อช่วยยึดเวย์เฟอร์ให้แน่น และ จัดการสบฟัน ฉันได้ฝึกใส่หนังยางเองด้วยเพราะต้องใส่มันเกือบตลอดเวลา ( ยกเว้นตอนกินข้าว ) ฉันยังทำได้ไม่ค่อยเก่งนัก แต่ฉันมั่นใจว่าจะดีขึ้นเมื่อพยายามมากขึ้น ฉันได้คุยกับครอบครัวในช่วงสุดสัปดาห์ พวกเขาประหลาดใจมากที่ฉันบวมน้อยขนาดนี้ และ มีความคืบหน้าไปมากในเวลาเพียงสองสัปดาห์หลังผ่าตัด !

วันที่ 17 : ฉันเดินเยอะพอสมควรในทุก ๆ วัน – วันนี้ฉันใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลีเพื่อชมสิ่งจัดแสดงต่าง ๆ ฉันเริ่มขยับกล้ามเนื้อใบหน้าได้บ้างจนทำให้ยิ้มได้ ฉันยังยิ้มไม่ได้แบบปกติ แต่กระนั้นมันก็ดูแปลกน้อยลงแล้ว

วันที่ 20 : อาการบวมยังคงอยู่ในช่วงที่กำลังลดลง ฉันยังไม่มีความรู้สึกกลับมาเต็มที่ที่แก้มขวาตรงข้าง ๆ จมูก , ริมฝีปากบน และ บนเพดานปาก ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด หรือ มีอาการไม่สบายใด ๆ

วันที่ 23 : ฉันได้ฝึกบริหารขากรรไกร และ ออกไปเดินเยอะ ๆ ทุกวัน ( แม้แต่ไปว่ายน้ำเมื่อสองวันก่อนด้วย ) การเคลื่อนไหวของขากรรไกรดูปกติดี แม้ว่าฉันจะยังไม่สามารถอ้าปากได้กว้างถึงสองนิ้วก็ตาม มันแปลกมากที่รู้สึกเหมือนอ้าขากรรไกรกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่จริง ๆ มันกว้างพอแค่สำหรับช้อน และ อาหารบางอย่างเท่านั้น

วันที่ 27 : ฉันลืมถ่ายรูปไว้ แต่ในวันนี้ฉันได้รับการถอดสกรูออก มันแทบไม่เจ็บเลย และ เร็วมาก ๆ : มีเลือดในปากนิดหน่อยที่ต้องล้างออก ฉันยังได้พบคุณหมอชินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากเกาหลี – เราได้ดูผลเอกซเรย์เพื่อให้ฉันเห็นการเปลี่ยนแปลง และ ถามคำถามต่าง ๆ ที่ฉันมีเกี่ยวกับการผ่าตัด หรือ การพักฟื้นที่เหลือ ความแตกต่างในเอกซเรย์นั้นน่าทึ่งมาก ฉันเห็นได้ว่าโครงสร้างกระดูกของฉันเปลี่ยนไปจนเกือบจะสมมาตร และ ฟันของฉันเรียงตรงกัน ฉันเสียใจนิดหน่อยที่จะไม่ได้มาตรวจติดตามผลที่คลินิก EU ในอนาคต แต่คริสตี้ยืนยันกับฉันว่าเธอจะคอยสแตนด์บายผ่าน WhatsApp เพื่อช่วยเหลือทุกคำถามที่ฉันมีในระหว่างกระบวนการรักษาที่เหลือ

วันที่ 28 : ฉันกลับมาถึงประเทศบ้านเกิดหลังจากนั่งเครื่องบิน และ ไม่มีปัญหาใด ๆ กับการบินเลย – ฉันผ่านด่านศุลกากรมาได้โดยไม่มีใครสอบถามเกี่ยวกับใบหน้า หรือ รูปลักษณ์ของฉันเลย ! ครอบครัวของฉันประหลาดใจ และ โล่งใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลง ( ไม่ได้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้แต่ก็เห็นผลชัดเจน ) และ พวกเขาก็ดีใจมาก ๆ ที่การผ่าตัด และ การพักฟื้นดำเนินไปด้วยดีจนถึงตอนนี้

วันที่ 31 : ครบรอบหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่ผ่าตัด ! ฉันรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วมาก ๆ และ ฉันดีใจที่ช่วงที่แย่ที่สุด ( วันที่ 2-5 ) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ยังคงมีความบวมอยู่ที่แก้มแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยถือสาเท่าไหร่ ( เว้นแต่ตอนคุยผ่านวิดีโอคอลที่มันจะดูแย่กว่าความเป็นจริง ) ฉันบริหารขากรรไกรทุกวัน แต่รู้สึกเหมือนติดอยู่ที่การอ้าปากได้แค่สองนิ้ว มันดีมากที่ได้อยู่บ้าน และ ได้ทำอาหารกินเอง : โจ๊ก , ซุป , สมูทตี้ , โปรตีนเชค และ พุดดิ้งข้าว ! ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำหนักลดลงจนกระทั่งใส่กางเกงยีนส์ที่เคยพอดี แต่ตอนนี้กลับหลวมตรงช่วงขา

วันที่ 38 : ลักยิ้มของฉันเริ่มกลับมาแล้วเมื่อความบวมลดลง ! สัปดาห์นี้แก้มขวาของฉันแดงนิดหน่อย , อุ่น และ ดูพอง ๆ ฉันกังวลเพราะดูเหมือนมันจะสวนทางกับแนวโน้มอาการบวมที่ควรจะลดลง ฉันเช็กกับทาง EU และ คริสตี้ ซึ่งแจ้งให้ฉันทราบว่ามันอาจจะเป็นเส้นประสาทที่กำลังรักษาตัวอยู่ แต่ให้คอยสังเกตอาการไว้ พวกเขาดูเหมือนจะพูดถูกเพราะความแดงหายไปแล้ว และ ฉันเริ่มมีความรู้สึกแปลบ ๆ ในแก้ม และ เหงือกบน ( ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่รู้สึก ) ฉันกินโจ๊กโอ๊ต , โยเกิร์ต , ถั่วอบในซอสมะเขือเทศ , เห็ดนุ่ม ๆ , ไข่ , แพนเค้กเนื้อฟู และ มื้ออาหารที่ฉันสามารถตัดผัก ( เช่น แครอท , บีทรูท , ซูกินี ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้มันนุ่มพอที่จะกินได้จากการปรุง

วันที่ 44 : ฉันพบว่าหน้าของฉันจะพองกว่าปกติในตอนเช้าที่ตื่นนอน แล้วความบวมจะลดลงในระหว่างวัน – ฉันหนุนหมอนหลายใบตอนเข้านอน แต่อาจจะไม่สูงพอจึงทำให้ความบวมสะสมในช่วงกลางคืน ฉันมีความสุขมากกับอาการบวมที่ลดลงโดยรวม ฉันเห็นรูปหน้า และ กรอบหน้าชัดขึ้นไปอีก ตอนนี้ฉันมีความรู้สึกบางส่วนที่เพดานปาก และ ริมฝีปากบนแล้ว แม้ว่าจะรู้สึกว่าริมฝีปากบนไม่ขยับเร็วเท่าที่ใจต้องการเวลาพูด ทำให้คำพูดบางคำดูไม่ชัดเล็กน้อยถ้าฉันพยายามพูดเร็วเกินไป

วันที่ 53 : ตอนนี้ฉันอ้าปากได้กว้างสามนิ้วแล้ว ! ฉันยังเริ่มมีความรู้สึกกลับมาที่เหงือกบน ซึ่งจริง ๆ แล้วทำให้การแปรงฟันที่ขากรรไกรบนค่อนข้างลำบาก เพราะฉันรู้สึกถึงแปรงสีฟันได้นิดหน่อยแต่ไม่รู้ว่าแปรงแรงแค่ไหน ฉันกินซุป , โจ๊ก และ พาสต้านุ่ม ๆ เยอะเลย

วันที่ 60 : ฉันไม่คิดว่ามีความเปลี่ยนแปลงมากนักในสัปดาห์ที่ผ่านมาในแง่ของความบวม หรือ ความรู้สึกที่เหงือกและริมฝีปากบน ฉันได้ไปเที่ยวข้างนอกและถ่ายรูประหว่างชมเมือง : มันแปลกดีที่เคยรู้สึกไม่มั่นใจแบบปกติที่เคยเป็นเวลาถ่ายรูปตัวเอง แต่ตอนนี้สามารถมองดูรูปเหล่านั้นได้โดยไม่รู้สึกเขินอาย หรือ อยากจะซ่อนรูปนั้นไว้อีกต่อไป เพราะความไม่สมมาตรแทบไม่เหลืออยู่แล้ว ฉันรู้สึกมีความสุขมากขึ้นที่ได้อยู่ในรูปถ่ายกับเพื่อน ๆ และ คนที่รัก เพราะฉันมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น

วันที่ 67 : ความรู้สึกที่เพดานปากเริ่มกลับมาเกือบเป็นปกติแล้ว ฉันได้เจอเพื่อนหลายคนในสัปดาห์นี้ และ ได้รับคำชมเกี่ยวกับหน้าตาของฉัน


วันที่ 89 : ตอนนี้ครบ 3 เดือนแล้วตั้งแต่ผ่าตัด ! ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก และ มั่นใจมากขึ้น ฉันยังสังเกตเห็นว่าความบวมบนใบหน้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับว่าฉันได้ออกกำลังกายเบา ๆ หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ฉันสามารถทำได้บ่อยขึ้นแล้ว ฉันเดินเยอะมาก , ปั่นจักรยาน , ยกน้ำหนักเบา ๆ อะไรก็ตามที่แรงกระแทกต่ำ

วันที่ 120 : ฉันรักรูปหน้าใหม่ของฉันจริง ๆ ฉันมีความสุข และ มั่นใจมากขึ้นทั้งตอนอยู่กับเพื่อน และ ในที่ทำงาน ในตอนนี้ฉันยังไม่มีความรู้สึกเต็มที่ที่เพดานปากด้านบนซ้าย และ ส่วนซ้ายของริมฝีปากบนยังรู้สึกชาอยู่บ้าง แต่ฉันชินกับมันแล้ว และ มันไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาใด ๆ บางครั้งฉันต้องเช็กกระจกว่าปากข้างซ้ายยิ้มไปพร้อมกับข้างขวาไหม แต่มันก็ยิ้มพร้อมกันเสมอ

วันที่ 154 : ฉันลื่นล้ม และ คางไปกระแทกเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันกังวลว่ามันจะทำลายขากรรไกรของฉัน แต่จริง ๆ แล้วความรู้สึกกลับเริ่มกลับมาที่ส่วนบนซ้ายของปาก และ มันรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย

วันที่ 183 : ครบหกเดือนแล้วตั้งแต่ผ่าตัดที่โซล ! ตอนนี้ฉันกินได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ( ฉันยังหลีกเลี่ยงขนมปังที่แข็ง และ เหนียวอยู่นะ ) และ ฉันมีความรู้สึกกลับมาที่ส่วนบนซ้ายของปาก และ ส่วนซ้ายของริมฝีปากบนมากขึ้น

วันที่ 232 : ไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนักในเรื่องความรู้สึกในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ! สิ่งหนึ่งที่ฉันพยายามกิน ซึ่งไม่ได้กินเลยตั้งแต่ผ่าตัด คือการกัดแอปเปิล เพราะพันธุ์ที่ฉันชอบปกติจะค่อนข้างแข็ง มันรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย ฉันเลยกลับไปฝานเป็นชิ้น ๆ เพื่อกินเหมือนเดิม


วันที่ 365 : 1 ปีเต็ม ๆ !!! มันผ่านไปเร็วมาก และ พูดตามตรงว่าลืมเรื่องผ่าตัดไปได้ง่ายมาก ๆ เพราะฉันไม่มีปัญหาใด ๆ เลย ยังมีความรู้สึกชาอยู่บ้างที่ริมฝีปากบนซ้ายแต่ฉันสัมผัสได้ทุกอย่างที่นั่น แค่มันรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย เหงือกที่ขากรรไกรบนด้านซ้ายยังมีความชาอยู่บ้าง แต่ฉันแทบไม่สังเกตเห็นเพราะมันไม่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของฉันเลย ฉันจำได้ว่าตอนตื่นมาจากการผ่าตัด และ รู้สึกว่าหน้าตัวเองใหญ่ , บวม และ ผิดรูป และ สงสัยว่าฉันจะหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อความบวมหายไป เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันมีความสุขมากที่ได้ผ่าตัดขากรรไกร ฉันรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และ ชอบในรูปลักษณ์ของตัวเอง การสบฟันของฉันดีมาก และ ฟันก็เรียงตรงกันมากขึ้นด้วย ทำให้ฉันไม่รู้สึกกังวลเวลาไปกินข้าวกับคนอื่น ฉันตั้งตารอที่จะได้กินอาหารคริสต์มาสทั้งหมดที่ฉันพลาดไปเมื่อปีที่แล้ว

วันที่ 400 : ฉันลืมอัปเดตเรื่องอาหาร – ฉันเป็นมังสวิรัติ ดังนั้นฉันจึงไม่กินอะไรที่เหนียวมาก ๆ อย่างเนื้อสัตว์ แต่ฉันสามารถกัดของที่แข็งขึ้นอย่างแอปเปิล , แครอท และ ขนมปังเหนียว ๆ ( ฉันรักขนมปังซาวโดวจ์ปิ้งซึ่งค่อนข้างแข็งได้ ) มาได้ห้าเดือนแล้ว ฉันไม่กังวลเกี่ยวกับมันอีกต่อไป เมื่อย้อนกลับไปดูรูปเมื่อหกเดือนก่อน ฉันเห็นได้ว่าตอนนี้หน้าเรียวขึ้นมาก แม้ว่าตอนนั้นจะดูเล็กลงจากการผ่าตัดแล้วก็ตาม ฉันไม่คิดว่ามีอาการบวมเหลือให้ลดลงอีกแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะฉันชอบรูปหน้าของตัวเองในแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก ๆ
