คางมะม่วง แก้คางยังไงดี? รวมวิธีแก้ไขด้วยศัลยกรรมเทคนิคเกาหลี

คางมะม่วง แก้ด้วยวิธีไหนดี

ปัญหาคางมะม่วงเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้คนไข้หลายคน เพราะนอกจากจะทำให้สัดส่วนใบหน้าดูผิดปกติแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นใจในทุกครั้งที่ต้องสบตาหรือถ่ายรูป ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ความไม่สวยงามเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของผลแทรกซ้อนจากการเลือกใช้วัสดุหรือเทคนิคที่ไม่ถูกต้องในอดีต การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและแนวทางการแก้ไขอย่างถูกจุดโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง จะช่วยให้คนไข้กลับมามีรูปคางที่รับกับใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุ วิธีการป้องกัน และนวัตกรรมการแก้คางที่ตรงจุดเพื่อให้ใบหน้ากลับมาสวยสมบูรณ์แบบ 

คางมะม่วง คืออะไร 

คางมะม่วง คืออะไร

คางมะม่วง คือ ลักษณะของคางที่มีความปูดนูน ยื่นยาว หรือห้อยย้อยลงมาด้านล่างและด้านหน้ามากเกินไปจนดูไม่สมส่วนกับใบหน้า โดยรูปทรงจะมีความโค้งงอนคล้ายกับผลมะม่วง ซึ่งมักเห็นได้ชัดเจนจากมุมข้าง ส่งผลให้ใบหน้าดูยาวผิดปกติและดูมีอายุ 

คางมะม่วง ลักษณะเป็นอย่างไร

ลักษณะดังกล่าวแบ่งออกได้เป็นหลายรูปแบบตามสาเหตุที่พบ ดังนี้

  • คางยาวและงอนเกินไป: เกิดจากการเสริมซิลิโคนที่ยาวหรือใหญ่เกินโครงสร้างกระดูกเดิม ทำให้คางดูยื่นออกมาเหมือนจงอย
  • คางเป็นก้อน: ผิวหนังบริเวณคางดูขรุขระ ไม่เรียบเนียน หรือเห็นขอบซิลิโคนชัดเจนจนดูแยกส่วนกับใบหน้า
  • คางย้อยลงมาด้านล่าง: มักเกิดจากการฉีดสารแปลกปลอมที่ไหลมากองรวมกัน ทำให้ปลายคางดูห้อยคล้อยและตึงผิดปกติ

คางมะม่วง เกิดจากอะไร

สาเหตุหลักของคางมะม่วงมักมาจากความผิดพลาดในการทำศัลยกรรมครั้งก่อน หรือการเลือกรับบริการกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้คุณภาพ โดยเฉพาะการใช้เทคนิคที่ไม่สอดคล้องกับโครงหน้าจริงของคนไข้ หรือการใช้วัสดุที่ส่งผลเสียในระยะยาว ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหานี้ประกอบไปด้วยหลายส่วน ดังนี้

  • การเลือกขนาดซิลิโคนไม่เหมาะสม: หากศัลยแพทย์เลือกใช้ซิลิโคนที่ใหญ่หรือหนาเกินไปเพื่อต้องการให้คางดูยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้เนื้อเยื่อถูกดันออกมาจนผิดรูป
  • การฉีดสารเหลวและฟิลเลอร์ปลอม: การฉีดสารที่ไม่สลายตัว เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้จะไหลตามแรงโน้มถ่วงและพังผืดเข้ามาเกาะจนกลายเป็นก้อนแข็งย้อยลงมา
  • การวางตำแหน่งซิลิโคนผิดชั้น: หากไม่ได้วางซิลิโคนไว้ใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซิลิโคนจะสามารถเคลื่อนที่หรือลอยขึ้นมาเห็นเป็นขอบชัดเจนจนดูเหมือนก้อนมะม่วงแปะอยู่ที่คาง

ปัญหาหลังเสริมคางอื่น ๆ ที่ควรระวัง

นอกเหนือจากอาการคางมะม่วงแล้ว การศัลยกรรมคางที่ไม่ได้คุณภาพยังอาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งความสวยงามและสุขภาพของคนไข้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากศัลยแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน โดยปัญหาที่พบบ่อยหลังการเสริมคางที่ไม่เหมาะสมมีดังนี้

  • การอักเสบติดเชื้อ: มักเกิดขึ้นจากความไม่สะอาดในขั้นตอนผ่าตัดหรือการดูแลแผลในปากที่ไม่ถูกต้อง ทำให้มีอาการบวมแดงนานผิดปกติหรือมีหนองไหล
  • คางเบี้ยวเอียง: เกิดจากการวางซิลิโคนไม่กึ่งกลาง หรือการที่ซิลิโคนเลื่อนตำแหน่งเนื่องจากการยึดติดกับกระดูกที่ไม่แน่นพอ
  • ซิลิโคนทะลุ: หากซิลิโคนมีขนาดใหญ่เกินความยืดหยุ่นของผิวหนัง จะเกิดการกดทับจนผิวบางลงและอาจทะลุออกมาด้านนอกหรือในช่องปากได้
  • เห็นรอยต่อซิลิโคนชัดเจน: เมื่อเวลาผ่านไปเนื้อเยื่ออาจบางลง ทำให้เห็นขอบของวัสดุเสริมชัดเจน ดูไม่เป็นเนื้อเดียวกับผิวหนังธรรมชาติ

แก้คางมะม่วง ด้วยศัลยกรรมโครงหน้าเทคนิคเกาหลี

เทคนิคการแก้คางมะม่วง ด้วยการศัลยกรรม

การแก้ไขคางมะม่วงไม่ใช่เพียงแค่การถอดวัสดุเดิมออก แต่ต้องอาศัยทักษะในการปรับโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อใหม่เพื่อให้ได้รูปทรงที่รับกับแนวกรามและใบหน้าส่วนรวมอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งแนวทางการรักษาแบ่งตามอาการของคนไข้ได้ ดังนี้

1. กรณีเกิดจากการเสริมซิลิโคนผิดรูป

ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อนำซิลิโคนเก่าออก พร้อมทั้งเลาะพังผืดที่เกาะอยู่รอบ ๆ ออกให้หมด จากนั้นจะวิเคราะห์ว่าควรเสริมใหม่ด้วยซิลิโคนที่เหลาแต่งรูปทรงให้รับกับฐานกระดูกเดิม หรือใช้เทคนิคการตัดแต่งกระดูกคาง (Genioplasty) เพื่อความถาวรและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม

2. กรณีเกิดจากการฉีดสารแปลกปลอม

เป็นเคสที่ความยากสูงกว่าปกติ เนื่องจากสารเหลวมักจะกระจายตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อ ศัลยแพทย์ต้องใช้ความชำนาญในการขูดและเลาะสารออกให้ได้มากที่สุดโดยไม่กระทบต่อเส้นประสาทสำคัญ ก่อนจะทำการปรับทรงคางใหม่เพื่อให้ผิวหนังกลับมาเรียบเนียน

ประเภทของการแก้ไขคางมะม่วง

การแก้ไขคางมะม่วงสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาและสภาพเนื้อเยื่อเดิมของคนไข้ โดยศัลยแพทย์จะประเมินจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อดูตำแหน่งของซิลิโคนหรือสารแปลกปลอม วิธีหลักในการแก้ไขคางมะม่วงมีดังนี้

  • การผ่าตัดเลาะสารแปลกปลอม: สำหรับเคสที่ฉีดสารเหลว ศัลยแพทย์ต้องค่อย ๆ เลาะสารเหลวและพังผืดออกเพื่อเคลียร์พื้นที่ก่อนพิจารณาเสริมใหม่
  • การเปลี่ยนขนาดและรูปทรงซิลิโคน: ถอดซิลิโคนเดิมที่ยาวเกินไปออก และแทนที่ด้วยซิลิโคนทางการแพทย์ที่ผ่านการเหลาแต่งให้รับกับรูปหน้า
  • การผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง (Genioplasty): ในเคสที่กระดูกคางยื่นเองตามธรรมชาติ ศัลยแพทย์จะตัดแต่งกระดูกและเลื่อนตำแหน่งให้สมดุลโดยไม่ใช้ซิลิโคน
  • การเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง: ใช้เศษกระดูกจากการตัดแต่งกรามมาปรับแต่งเป็นคางใหม่ เพื่อความเป็นธรรมชาติและลดการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม

ใครที่เหมาะกับการแก้ไขคางมะม่วง

การแก้ไขปัญหาคางเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี โดยคนไข้ที่ประสบปัญหาดังต่อไปนี้ควรรีบปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อหาแนวทางแก้ไข ซึ่งกลุ่มที่ควรเข้ารับการรักษาประกอบด้วย

  • คนไข้ที่มีลักษณะคางยาว ยื่น หรือมองเห็นเป็นก้อนชัดเจนจนทำให้ใบหน้าเสียสมดุล
  • คนไข้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มที่ไม่สลายตัวแล้วเกิดอาการไหลย้อยหรือคางแข็งเป็นก้อน
  • คนไข้ที่ต้องการเปลี่ยนทรงคางให้ดูละมุนสไตล์เกาหลี และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติไม่มีรอยต่อ
  • คนไข้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยจากซิลิโคนเดิมที่อาจมีภาวะกดทับกระดูกคางจนบุ๋ม

ใครที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดแก้ไขคางมะม่วง

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดแก้ไขทันทีคือคนไข้ที่มีภาวะการติดเชื้อรุนแรงบริเวณคาง หรือมีโรคประจำตัวที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการหายของแผลและการแข็งตัวของเลือดในระหว่างการผ่าตัf ควรปรึกษาศัลยแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • คนไข้ที่มีความคาดหวังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างกระดูกและฐานใบหน้าจริง
  • ผู้ที่ยังไม่ครบรอบเวลาในการพักฟื้นจากการผ่าตัดครั้งล่าสุด (ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือน)
  • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • คนไข้ที่มีภาวะทางจิตเวชเกี่ยวกับรูปลักษณ์ตัวเอง (Body Dysmorphic Disorder)

ประโยชน์ของการรักษาคางมะม่วงที่เกาหลี

ประโยชน์ของการรักษาคางมะม่วง

การตัดสินใจแก้ไขคางมะม่วงกับศัลยแพทย์เฉพาะทางที่เกาหลีช่วยให้คนไข้ได้รับรูปหน้าที่มีความสัดส่วนตามหลักทองคำ (Golden Ratio) ซึ่งเน้นความสมดุลระหว่างหน้าผาก จมูก และคาง ให้มีความโค้งมนและดูเป็นธรรมชาติ ประโยชน์ที่คนไข้จะได้รับมีดังนี้

  • คืนความมั่นใจ: ใบหน้าดูสมส่วน ไม่โดนล้อหรือถูกมองว่ามีหน้าตาที่ดูแปลกไปจากเดิม
  • ป้องกันปัญหาสุขภาพ: ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเรื้อรังจากสารแปลกปลอม หรือการที่ซิลิโคนทะลุผิวหนัง
  • ฟังก์ชันการใช้งานดีขึ้น: ในบางเคสที่คางผิดรูปมากอาจส่งผลต่อการปิดริมฝีปาก การแก้ไขจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบปากทำงานได้ปกติ
  • ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: การแก้ไขด้วยเทคนิคขั้นสูงที่เกาหลีช่วยลดโอกาสที่จะต้องกลับมาแก้ซ้ำในอนาคต

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนแก้ไขคาง

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนแก้ไขคาง

เพื่อให้การผ่าตัดราบรื่นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คนไข้จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทางร่างกายและข้อมูลประวัติการรักษาอย่างละเอียดภายใต้คำแนะนำของศัลยแพทย์ โดยการเตรียมตัวที่สำคัญมีดังนี้

  • แจ้งประวัติการทำศัลยกรรมคางครั้งก่อนอย่างละเอียด รวมถึงชนิดของวัสดุหรือสารที่เคยฉีดเข้าร่างกาย
  • งดการรับอาหารเสริม วิตามิน และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • ตรวจร่างกายและเอกซเรย์โครงหน้าแบบ 3D เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งเส้นประสาทและโครงสร้างกระดูกอย่างแม่นยำ
  • รักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาด หากมีการอักเสบหรือเป็นแผลในปากควรรักษาให้หายก่อนวันผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขคางที่เกาหลี

ศัลยกรรมแก้ไขคางในเกาหลีเน้นความละเอียดแม่นยำ โดยเฉพาะในศูนย์เฉพาะทางโครงหน้าที่จะมีขั้นตอนที่เป็นระบบเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและลดผลข้างเคียง ซึ่งกระบวนการผ่าตัดมีลำดับดังนี้

  • การวางยาสลบ: ดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อความปลอดภัยและลดความกังวลของคนไข้ระหว่างผ่าตัด
  • การเปิดแผล: มักใช้เทคนิคเปิดแผลในปากเพื่อซ่อนรอยแผลเป็น ทำให้มองไม่เห็นร่องรอยการผ่าตัดจากภายนอก
  • การจัดการวัสดุเดิม: ศัลยแพทย์จะนำซิลิโคนเก่าหรือเลาะสารแปลกปลอมออก พร้อมทำความสะอาดเนื้อเยื่อภายใน
  • การปรับโครงสร้าง: หากเป็นการแก้ด้วยเทคนิคตัดกระดูก ศัลยแพทย์จะตัดแต่งกระดูกคางและเลื่อนตำแหน่งให้เข้าที่ จากนั้นยึดด้วยวัสดุไทเทเนียมที่ปลอดภัยต่อร่างกาย
  • การเย็บปิดแผล: ใช้ไหมละลายที่ให้ความละเอียดสูง ลดอาการระคายเคืองและไม่ต้องกลับมาตัดไหมภายหลัง

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดแก้ไขคาง

ช่วงเวลาหลังผ่าตัดเป็นระยะสำคัญที่จะช่วยให้รูปทรงคางเข้าที่ได้เร็วและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางคลินิกอย่างเคร่งครัด โดยข้อควรปฏิบัติหลังผ่าตัดมีดังนี้

  • ประคบเย็นบริเวณรอบคางและแก้มในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบอุ่น
  • บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาบ้วนปากสำหรับคนไข้ผ่าตัดทุกครั้งหลังทานอาหารเพื่อป้องกันเศษอาหารติดแผล
  • เลือกทานอาหารอ่อนที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น โจ๊ก หรือซุป ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • หลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณคาง และงดการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงเพื่อไม่ให้ตำแหน่งกระดูกหรือวัสดุเคลื่อนที่

ข้อดีของการแก้ไขคางมะม่วง

การแก้ไขคางที่ผิดรูปช่วยเปลี่ยนบุคลิกภาพให้ดูละมุนและดูเข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่าตัดที่เน้นโครงหน้าส่วนล่างให้เข้ากับรูปทรงกราม จะทำให้คนไข้ได้รูปหน้า V-Line ที่ดูเป็นธรรมชาติแบบสาวเกาหลีจุดเด่นของการเลือกแก้ไขปัญหานี้คือ

  • ได้สัดส่วนใบหน้าที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์
  • ผิวหนังบริเวณคางกลับมามีความยืดหยุ่นและดูสุขภาพดี
  • ลดโอกาสการเกิดคางเบี้ยวหรือเอียงจากการวางซิลิโคนไม่แน่นพอ
  • เพิ่มความสวยงามในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะมองตรงหรือมองจากด้านข้าง

ข้อเสียและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

แม้การผ่าตัดจะเป็นไปตามแผน แต่ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองในช่วงแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในการทำศัลยกรรมแก้ไขเคสที่มีพังผืดสะสมอยู่เดิม โดยผลข้างเคียงที่อาจพบได้มีดังนี้

  • อาการบวมช้ำบริเวณคางและลำคอ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์
  • ความรู้สึกชาบริเวณริมฝีปากล่างหรือปลายคางชั่วคราว เนื่องจากการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทขนาดเล็ก
  • ความเสี่ยงในการอักเสบหากดูแลความสะอาดในช่องปากไม่เพียงพอ
  • รอยแผลเป็นในกรณีที่จำเป็นต้องเปิดแผลภายนอกเพื่อเลาะสารแปลกปลอม

ทำไมต้องแก้คางมะม่วงที่ EU Oral & Maxillofacial Surgery?

ทำไมถึงควรศัลยกรรมแก้ไขคางมะม่วงที่ eu

หากพูดถึงการผ่าตัดขากรรไกรและโครงหน้าที่เป็นเบอร์ต้น ๆ ของเกาหลี EU Oral & Maxillofacial Surgery คือศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจระดับสากล โดยเฉพาะเคสแก้ไขที่ซับซ้อนอย่างคางมะม่วง

  • มีความเฉพาะทาง: ศัลยแพทย์ที่นี่มีประสบการณ์ด้านช่องปากและขากรรไกรโดยตรง ทำให้เข้าใจทั้งเรื่องความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานอย่างถ่องแท้
  • เทคโนโลยีวิเคราะห์โครงหน้า: ใช้ระบบ 3D CT Scan และโปรแกรมจำลองผลลัพธ์ก่อนผ่าตัดที่แม่นยำระดับมิลลิเมตร ลดความเสี่ยงการโดนเส้นประสาท
  • ความปลอดภัย: มีวิสัญญีแพทย์ดูแลแบบ 1:1 และมีระบบห้องผ่าตัดที่ทันสมัย พร้อมการดูแลหลังผ่าตัดที่ช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น

แก้คางมะม่วงราคาเท่าไหร่

ราคาของการผ่าตัดมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคส หากใครสนใจและต้องการขอคำปรึกษาพร้อมประเมินราคาเฉพาะเคส สามารถส่งรูปภาพมาให้ประเมินได้ที่ LINE ID: https://page.line.me/fxl6554w

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. แก้คางมะม่วงใช้เวลานานไหมกว่าจะเข้าที่? 

โดยปกติอาการบวมจะเริ่มยุบตัวลงอย่างเห็นได้ชัดใน 2-4 สัปดาห์ และรูปทรงคางจะเริ่มเข้าที่สมบูรณ์เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 3-6 เดือนหลังผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสและการดูแลตัวเองของคนไข้

2. การเลาะสารแปลกปลอมออกจะทำให้คางบุ๋มหรือไม่? 

หากเลาะสารออกในปริมาณมากอาจทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนหายไป แต่ศัลยแพทย์จะประเมินและทำการเสริมด้วยวัสดุที่เหมาะสมหรือใช้เทคนิคการย้ายไขมันเพื่อเติมเต็มส่วนที่แหว่งไป ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

3. เคยเสริมคางมาหลายครั้งแล้ว ยังสามารถแก้ได้อีกไหม? 

สามารถแก้ได้ แต่ความยากจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่เคยทำและพังผืดที่เกิดขึ้น ศัลยแพทย์จำเป็นต้องประเมินสภาพผิวหนังและกระดูกอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจผ่าตัด

4. มีแผลเป็นจากการแก้คางมะม่วงหรือไม่? 

สำหรับการผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลในปาก จะไม่มีรอยแผลเป็นให้เห็นจากภายนอก ส่วนเคสที่ต้องเลาะสารจากแผลใต้คาง ศัลยแพทย์จะใช้เทคนิคการเย็บที่ประณีตเพื่อให้รอยแผลเป็นเลือนลางที่สุดตามกาลเวลา

สรุป

ปัญหาคางมะม่วงสามารถแก้ไขให้กลับมาสวยงามเป็นธรรมชาติได้ หากได้รับการรักษาด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างแม่นยำ การเลือกแก้ไขที่ EU Oral & Maxillofacial Surgery ประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการดูแลของ SR surgery จะช่วยเปลี่ยนความกังวลใจให้กลายเป็นความมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยและการดูแลจากศัลยแพทย์เฉพาะทางที่จะช่วยออกแบบรูปหน้าให้สมบูรณ์แบบในครั้งเดียว

เอกสารอ้างอิง

  1. What is chin surgery?. (n.d.). plasticsurgery. https://www.plasticsurgery.org/cosmetic-procedures/chin-surgery 
  2. Chin Reduction Surgery. (2022, January 10). clevelandclinic. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24244-chin-reduction-surgery
  3. Chin Implants. (n.d.). americanboardcosmeticsurgery. https://www.americanboardcosmeticsurgery.org/cosmetic-procedures/face/chin-implant-surgery/